หน้าฝน เด็กมักเป็น 7 โรคนี้ เตรียมป้องกันได้เลย

หน้าฝน เด็กมักเป็น 7 โรคนี้ เตรียมป้องกันได้เลย


โรคหน้าฝน อากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวฝนตก เด็กเล็ก จึงเสี่ยงต่อการป่วยง่าย ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับ 7 โรคหน้าฝนในเด็ก ที่ต้องระวังกันดีกว่าค่ะ เ พื่ อ ช่ ว ย ใ ห้ คุ ณ พ่ อ คุ ณ แ ม่ รั บ มื อ กั บ โ ร ค ห น้ า ฝ น แ ล ะ ป้ อ ง กั น ไ ม่ ใ ห้ ลู ก ป่ ว ย ไ ด้

 ในช่วงหน้าฝนเช่นนี้ อากาศจะเริ่มเย็นลง และมีความชื้นสูงขึ้น ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโต และแพร่กระจาย ได้ดี ส่งผลให้ เกิดโรค ที่มาพร้อมกับ หน้าฝน โดยเฉพาะในเด็ก ที่ระบบภูมิต้านทานในร่างกาย ยังไม่แข็งแรง เท่าผู้ใหญ่ ย่อมมีความเสี่ยงสูง ที่จะติดเชื้อ และเกิดโรคเด็กต่างๆ ได้ง่าย คุ ณ พ่ อ คุ ณ แ ม่ จึ ง ค ว ร ดู แ ล สุ ข ภ า พ ข อ ง ลู ก กั น เ ป็ น พิ เ ศ ษ

          ดังนั้น เรามารู้เท่าทันโรค ไปกับ 7 โรคหน้าฝน ที่เด็กเล็ก เสี่ยงป่วยง่าย กันดีกว่าค่ะ จะมีโ ร ค อ ะไ ร ที่ เ ป็ น โ ร ค ย อ ด ฮิ ต แ ล ะ พ่ อ แ ม่ ต้ อ ง ร ะ วัง บ้ า ง ไปทำความรู้จัก กันเลยค่ะ

1. โรคไข้หวัดใหญ่


          เป็นโรคที่ เ กิ ด จ า ก เ ชื้ อ ไ ว รั ส พบบ่อย ในคนทุกเพศทุกวัย และพบได้เกือบทั้งปี แต่ ร ะ บ า ด ม า ก ใ น ช่ ว ง ฤ ดู ฝ น ติ ด ต่ อ กั น ไ ด้  ท า ง ก า ร ห า ย ใ จ  เ มื่ อ ไ อ  ห รื อ  จ า ม  เ ชื้ อ จ ะ เ ข้ า ท า ง จ มู ก ห รื อ ป า ก  ดังนั้น ในช่วงเปิดเทอม เด็กๆ อาจได้รับเชื้อ จากเพื่อน ที่โรงเรียน ได้ง่าย

อาการ

          เด็กที่ได้รับเชื้อ จ ะ มี อ า ก า ร คั ด จ มู ก   มี น้ำ มู ก ใ ส ๆ ไ อ  จ า ม  ค อ แ ห้ ง  เ จ็ บ ค อ  เ ป็ น ไ ข้   อ่ อ น เ พ ลี ย  ป ว ด ศี ร ษ ะ หากอาการรุนแรง และลุกลาม อาจมี โ ร ค แ ท ร ก ซ้ อ น ที่ ม า กั บ ไ ข้ ห วั ด  ก็คือ ไ ซ นั ส อั ก เ ส บ  ห ล อ ด ล ม อั ก เ ส บ  ห รื อ  ป อ ด อั ก เ ส บ ได้

การป้องกัน
          ฉี ด วั ค ซี น ป้ อ ง กั น โ ร ค ไ ข้ ห วั ด ใ ห ญ่  เ ป็ น ป ร ะ จำ ทุ ก ปี แพทย์จะแนะนำให้ ฉีดประมาณ 1- 2 เดือน ก่อนฤดูกาลระบาด สามารถฉีดได้ ในเด็ก อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และป้องกันการติดเชื้อ ด้วยการ ส ว ม ห น้ า ก า ก อ น า มั ย  ล้ า ง มื อ บ่ อ ย ๆ  แ ล ะ รั บ ป ร ะ ท า น อ า ห า ร ใ ห้ ถู ก สุ ข อ น า มั ย  ในเด็ก ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ ควรให้ หยุดพักรักษาตัว เพื่อป้องกัน ไม่ให้ เกิดการแพร่เชื้อ


2. โรคมือ เท้า ปาก

          เกิดจาก เ ชื้ อ ไ ว รั ส พ บ ม า ก ใ น เ ด็ ก อ า ยุ 6 เ ดื อ น ถึ ง 3 ปี สามารถ ติ ด ต่ อ ไ ด้ ด้ ว ย ก า ร สั ม ผั ส โ ด ย ต ร ง กั บ น้ำ มู ก  น้ำ ล า ย  จ า ก ก า ร ไ อ หรือ จ า ม ผื่ น   ตุ่ ม น้ำ ใ ส  อุ จ จ า ระ หรือ สั ม ผั ส ท า ง อ้ อ ม เช่น ผ่ า น ข อ ง เ ล่ น มือผู้เลี้ยงดู

อาการ

          เด็กจะ มี ไ ข้ ต่ำ  อ่ อ น เ พ ลี ย หลังจากนั้น 2 - 3 วัน จะมีอาการ เ จ็ บ ป า ก มี แ ผ ล  ตุ่ ม ใ น ช่ อ ง ป า ก ก ร ะ พุ้ ง แ ก้ ม นอกจากนั้น ยัง มี ผื่ น แ ด ง หรือ ตุ่ ม โดยเฉพาะบ ริ เ ว ณ ฝ่ า มื อ  ฝ่ า เ ท้ า  แ ล ะ ก้ น  แต่จะไม่คัน อย่างไรก็ตาม อาการไข้ จะหายได้เอง ภายใน 3 -5 วัน จากนั้น อาการอื่นๆ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และหายเป็นปกติ ภายใน 7 - 10 วัน

การป้องกัน

          ดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ค ว ร มี ก  ร ะ ติ ก น้ำ  หรือ แ ก้ ว ส่ ว  น ตั ว เอาไว้ใช้ ที่โรงเรียน และฝึก ให้ลูก ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง ทั้งที่บ้าน และที่โรงเรียน ควรล้างมือบ่อยๆ และรีบล้างมือ ให้สะอาดโดยเร็ว เมื่อสัมผัส กับน้ำมูก น้ำลาย หรือ เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม รวมทั้ง หมั่นทำความสะอาด ของเล่นเด็ก และเครื่องใช้ส่วนตัว ของลูกด้วย


3. โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัส RSV

          ไวรัส RSV เ ป็ น ไ ว รั ส  ที่ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด โ ร ค ติ ด เ ชื้ อ ใ น ร ะ บ บ ท า ง เ ดิ น ห า ย ใ จ  โดยเฉพาะ ในเด็กเล็ก ติดต่อกันได้ โดยการสัมผัสใกล้ชิด กับสิ่งคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ เมื่อได้รับเชื้อแล้ว จะมี อ า ก า ร ค ล้ า ย ไ ข้ ห วั ด  แ ต่ บ า ง ค รั้ ง อ า จ ก่ อ  ใ ห้ เ กิ ด อ า ก า ร รุ น แ ร ง จ น ถึ ง ขั้ น  ป อ ด อั  ก เ ส บ ไ ด้

อาการ


          เด็กจะ มี อ า ก า ร มี ไ ข้  ไ อ  จ า ม  ห า ย ใ จ ลำ บ า ก  ซึ่ ง ค ล้ า ย กั บ อ า ก า ร ข อ ง ไ ข้ ห  วั ด แต่สิ่งที่ต้องสังเกต เพิ่มเติม คือ ห า ก ลู ก มี อ า ก า ร เ ห นื่ อ ย ห อ บ   ห า ย ใ จ เ ร็ ว  และ มี เ สี ย ง ค รื ด คร า ด รวมถึง ไ อ ห นั ก ม า ก ๆ  ควรรีบพาลูก ไป พ บ แ พ ท ย์  ใ น ทั น ที

การป้องกัน

          ห มั่ น ล้ า ง มื อ บ่ อ ย ๆ  หลีกเลี่ยง การให้เด็กเล็ก อยู่ในสถานที่ คนพลุกพล่าน คุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกป่วย ควรแยกเด็ก ออกจากเด็ก คนอื่นๆ เพื่อป้องกัน การไอจาม แพร่เชื้อ และควรหยุดเรียน อย่างน้อย 1- 2 สัปดาห์ จนกว่าจะหาย เป็นปกติ


4. ไข้เลือดออก

          เป็นโรคร้าย ที่ มี ยุ ง ล า ย เ ป็ น พ า ห ะ นำ โ ร ค พ บ ก า ร ร ะ บ า ด สู ง ใ น ช่ วง ห น้ า ฝ น เพราะมีบริเวณน้ำขัง อันเป็นแหล่ง เพาะพันธุ์ยุงลาย อาการที่ สงสัยว่า ลูกคุณ อาจจะเป็น ไข้เลือดออกก็คือ มี ไ ข้ สู ง ม า ก  ป ว ด หั ว  มี อ า ก า ร ต า แ ด ง  ห น้ า แ ด ง  ป า ก แ ด ง ผู้ปกครอง ควรพา มาพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจเลือด เพิ่มเติม ต่อไป

อาการ
          มี ไ ข้ สู ง เ กิ น  3 วั น ขึ้ น ไ ป กินยาลดไข้ ก็ไม่หาย รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง ตาแดง ปากแดง ส่งผลให้ เกิดภาวะตับอักเสบ มีอาการ ป ว ด ท้ อ ง บ ริ เ ว ณ ช า ย โ ค ร ง ด้ า น ข ว า เ นื่ อ ง จ า ก ตั บ โ ต แ ล ะ มี อ า เ จี ย น ร่ ว ม ด้ ว ย

การป้องกัน

ใ ห้ ลู ก ส ว ม ใ ส่ เ สื้ อ ผ้ า ใ ห้ มิ ด ชิ ด เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ไ ม่ ใ ห้ ยุ ง กั ด กำจัดแหล่งน้ำขัง หรือ แหล่งเพาะพันธุ์ ยุงในบ้าน พยายามทำบ้าน ให้โปร่ง ไม่มีมุมอับทึบ และอย่ารอ ให้เกิด อาการ ที่รุนแรงก่อน แล้วจึง มาพบแพทย์


5. โรคอีสุกอีใส

          โรคยอดฮิต ที่หลายครอบครัว คุ้นเคยกันดี เกิดจาก การ ติ ด เ ชื้ อ ไ ว รั ส โดยทั่วไป จะ พ บ อั ต ร า ก า ร ป่ ว ย สู ง สุ ด ใ น ก ลุ่ ม อ า ยุ  5 - 9 ปี เมื่อระบาดแล้ว โ ร ค จ ะ ติ ด ต่ อ กั น เ ป็ น ท อ ด ๆ โดยเฉพาะ การติดต่อ จากเพื่อน ที่โรงเรียน มักจะพบ ในเด็ก ที่ไม่เคยป่วย เป็นโรคนี้ หรือไม่เคยฉีดวัคซีน ป้องกันโรคนี้ มาก่อน

อาการ

เริ่มจาก มี ไ ข้ ต่ำ ๆ ป ว ด เ มื่ อ ย ก ล้ า ม เ นื้ อ และ มี ผื่ น ขึ้ น ซึ่งต่อมา จะ ก ล า ย เ ป็ น   ตุ่ ม น้ำ ใ ส เ กิ ด ขึ้ น ต า ม ตั ว โดยเริ่มจาก บริเวณท้อง ลามไปตาม ต้นแขน ขา และใบหน้า หลังจากนั้น จะเกิดเป็นสะเก็ด และแผลเป็น ขึ้นได้ มักหายได้เอง ภายใน 2 - 3 สัปดาห์

การป้องกัน

          พ ย า ย า ม ดู แ ล   รั ก ษ าร่ า ง ก า ย  ใ ห้ แ ข็ ง แ รง ป้องกัน อย่าให้ลูก เข้าใกล้ผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ ส่วนเด็ก ที่เป็นโรค ควรให้แยกตัว จากผู้อื่น โดยหยุดเรียน จนกว่า ผื่นตกสะเก็ดหมด  ปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกัน โรคอีสุกอีใส ซึ่งมีประสิทธิภาพ ค่อนข้างดี เริ่มฉีด ในเด็ก ตั้งแต่ 1 ขวบ เป็นต้นไป และฉีดกระตุ้น อีกครั้ง ตอน 4 ขวบ


6. โรคท้องเสียหรืออุจจาระร่วง

          เกิดขึ้นจาก การ ติ ด เ ชื้ อ ไ ว รั ส โ ร ต้ า ซึ่ ง ม า จ า ก ข อ ง เ ล่ น  อ า ห า ร  หรือ ข อ ง ใ ช้ ใ ก ล้ ตั ว เ ด็ ก ที่ ไ ม่ ส ะ อ า ด โดยเฉพาะ เด็กเล็ก อาจนำสิ่งของ เข้าปาก โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ติดเชื้อ และลำไส้อักเสบได้ มีการศึกษาวิจัย พบว่า ในเด็กแรกเกิด ถึงอายุ 5 ขวบ แทบทุกคน จะเคยติดเชื้อนี้ มาแล้ว

อาการ

          ส่วนใหญ่ จะมีอาการ ท้ อ ง เ สี ย   อุ จ จ า ร ะ เ ห ล ว   อ า เ จี ย น บางราย จะมีไข้สูง กินได้น้อย  งอแง และควรระวังร่างกาย เกิดภาวะขาดน้ำ

การป้องกัน

          เ ด็ ก อ่ อ น  ค ว ร เ ลี้ ย ง ด้ ว ย น ม แ ม่ ดูแลสุขลักษณะการกิน และการเล่น ของลูก ให้ลูกรับประทานอาหาร ที่สะอาด ไม่นำเด็กเล็ก ไปในสถานที่แออัด เพราะจะเสี่ยง ต่อการแพร่กระจาย ของเชื้อ


7. โรคไอพีดีและปอดบวม

          โรคไอพีดี คื อ โ ร ค ติ ด เ ชื้ อ ช นิ ด รุ น แ ร ง ที่ มี ส า เ ห ตุ จ า ก เ ชื้ อ แ บ ค ที เ รี ย “นิวโมคอคคัส” ทำให้เกิด การ ติ ด เ ชื้ อ ใ น ก ร ะ แ ส เ ลื อ ด และ ที่ เ ยื่ อ หุ้ ม ส ม อ ง ซึ่งมีความรุนแรง จนถึงขั้น  ทำ ใ ห้ เ ด็ ก พิ ก า ร หรือ เ สี ย ชี วิ ต ไ ด้ โดยเฉพาะ ในเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 2 ปี สามารถติดต่อกัน ได้ระหว่าง คนสู่คน พบโรคนี้ ได้มาก ในสถานที่ มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น

อาการ

          ถ้าติดเชื้อ ที่ระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กจะ มี ไ ข้ สู ง ป ว ด ศี ร ษ ะ รุ น แ ร ง ค ลื่ น ไ ส้ อ า เ จี ย น ค อ แ ข็ ง  เด็กเล็ก จะมีอาการซึม และชักได้ ส่วนการติดเชื้อ ในกระแสเลือด เด็กจะมีไข้สูง ถ้ารุนแรง อาจทำให้ช็อก และเสียชีวิตได้

การป้องกัน

          วิธีป้องกัน ที่ดีที่สุด คือ ก า ร ฉี ด วั ค ซี น ใ ห้ เ ด็ ก  อ า ยุ ต่ำ ก ว่ า  2 ปี เนื่องจาก เป็นกลุ่ม ที่มีความเสี่ยง ต่อการติดเชื้อ สูง ส่วนในเด็กทารก ควรเริ่มฉีด เมื่ออายุได้ 2 เดือน ขึ้นไป และฉีดเข็มต่อไป เมื่ออายุได้ 4, 6 และ 12 - 15 เดือน

          การรู้เท่าทัน โรคหน้าฝน ในเด็ก ทำให้ คุณพ่อคุณแม่ ท ร า บ ถึ ง ส า เ ห ตุ วิ ธี ก า ร ป้ อ ง กั น โ ร ค อี ก ทั้ ง สั ง เ ก ต อ า ก า ร เ พื่ อ เ ต รี ย ม รั บ มื อ กั บ โ ร ค ต่ า ง ๆ ไ ด้ อ ย่ า ง ทั น ท่ ว ง ที รวมถึง ควรฝึกให้ลูก ล้างมือให้สะอาด ดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย เลือกใส่เสื้อผ้า ที่ไม่เกิดการอับชื้น ซึ่งเป็น วิธีป้องกันเบื้องต้น ที่จะช่วยให้ ลูกน้อย ห่างไกล จากโรค ที่มาพร้อมกับ หน้าฝนนี้ ได้ค่ะ

ข้อมูลจาก : bumrungrad.com, bangkokhospital.com, siphhospital.com

ความคิดเห็น